หนีจากความไม่มั่นใจในตัวเองด้วยวิธีคิดที่ดีกว่า

การโค้ช

แม้แต่เหล่านักกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกก็ยังต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคภายในใจ ลองทำตามนิสัยที่ได้ผลดีเยี่ยมของพวกเขาเพื่อปลดล็อคความก้าวหน้าไร้ที่สิ้นสุดได้เลย

อัพเดทล่าสุด: 2 สิงหาคม 2565
ใช้เวลาอ่าน 7 นาที
  • ความยิ่งใหญ่หลักๆ แล้วเป็นเรื่องของจิตใจ ไม่ว่าใครก็เข้าใกล้ความยิ่งใหญ่นี้ได้ โดยใช้เครื่องมือที่เปลี่ยนนักกีฬาหลายคนให้กลายเป็นตำนานมาแล้ว
  • การนึกภาพให้ชัดและพูดคุยกับตัวเองจะช่วยขจัดความไม่มั่นใจในตัวเองและปรับให้มีแนวคิดแบบแชมป์
  • ความทรหดเป็นส่วนผสมหลักของเคล็ดลับนี้ ยิ่งมีมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสบรรลุเป้าหมายมากขึ้นเท่านั้น


อ่านต่อเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม…

6 นิสัยในการมีวิธีคิดแบบนักกีฬา

ความลับอะไรที่ทำให้นักกีฬาชั้นแนวหน้าอย่าง Serena, LeBron และ Neymar ประสบความสำเร็จ Ryan Flaherty ผู้ดำเนินรายการคนแรกของ Nike จากพอดแคสต์ Trained เผยว่า ความลับดังกล่าวนั้นไม่ใช่ความเร็ว ความแข็งแรง ความอดทน หรือพันธุกรรม แต่เป็นจิตใจ

Flaherty ได้ศึกษาจริงจังในเรื่องนิสัยและพฤติกรรมทางด้านจิตใจของนักกีฬาหลายร้อยคน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของเหรียญทอง แชมป์โลก และเจ้าของสถิติต่างๆ โดยเขาลงมือศึกษาอย่างใกล้ชิดและเป็นส่วนตัวมาเป็นเวลา 15 ปี และนำสิ่งที่ได้เรียนรู้มาช่วยให้นักกีฬาควบคุมความก้าวหน้าและพัฒนาศักยภาพของตนเองไปอีกขั้น เมื่อไม่นานมานี้ Flaherty ได้ร่วมงานกับ Stephanie Cacioppo, PhD ผู้อำนวยการของ Brain Dynamics Laboratory ที่ University of Chicago Pritzker School of Medicine Council เพื่อปะติดปะต่อสิ่งต่างๆ โดยอาศัยประสาทวิทยาศาสตร์

ทั้ง Flaherty และ Dr Cacioppo ต่างก็บอกว่า นิสัยและพฤติกรรมทางด้านจิตใจเหล่านี้ไม่ได้มีไว้เพียงสำหรับว่าที่สุดยอดนักกีฬาชั้นนำเท่านั้น แต่ไม่ว่าใครก็นำไปประยุกต์ใช้ได้ เพื่อที่จะเอาชนะความไม่มั่นใจในตัวเอง วิ่งให้เร็วขึ้น โชว์ฟอร์มให้ดีขึ้น หรือแค่ต้องการมีชีวิตที่ดีกว่าเดิม

1. คุยกับตัวเอง

แค่ฟังเสียงในหัวอย่างเดียวนั้นไม่พอ ให้พูดคุยกับเสียงเหล่านี้ด้วย แต่ต้องใช้กลยุทธ์ที่ผู้เชี่ยวชาญเรียกว่า "การพูดคุยกับตัวเอง" นี่คือสิ่งที่นักกีฬาแทบทุกคนทำเมื่อต้องประสบกับช่วงเวลาอันท้าทาย อีกทั้งเป็นสิ่งที่ช่วยให้มีสมาธิและมีความมั่นใจในการงัดฟอร์มเก่งออกมา โดยเฉพาะเมื่อคุยกับตัวเองราวกับว่าเราเป็นเพื่อนสนิทของตัวเราเอง อาจคอยให้กำลังใจ ("แกทำได้!") หรือจะเชิงสั่ง ("สูดลมหายใจลึกๆ") ก็ได้ แต่ต้องไม่ไปตัดสินตีค่า เพราะฉะนั้นอย่าด่าว่าตัวเองเมื่อพลาดช็อตนั้นไปหรือไม่ได้เลื่อนตำแหน่ง

นอกจากนี้การเลือกใช้สรรพนามยังเป็นสิ่งสำคัญยิ่งอีกด้วยเมื่อพูดคุยกับตัวเอง โดยให้ใช้สรรพนามบุรุษที่ 3 "เขา/เธอ" หรือบุรุษที่ 2 "แก" แทนที่จะใช้ว่า "ฉัน" การเลือกใช้คำเช่นนี้จะช่วยลดระดับการมีอารมณ์ร่วมลงได้ และช่วยให้แสดงความเห็นอกเห็นใจต่อตัวเองได้มากขึ้น แบบเดียวกับเวลาที่คุณพูดกับคนที่คุณห่วงใย

2. นึกภาพไว้อย่างไร ก็ให้เป็นไปตามนั้น

นักกีฬาชั้นนำหลายคนเห็นภาพและสัมผัสได้ชัดถึงความรู้สึกของทุกจังหวะในการแข่งขันคืนก่อนลงแข่งจริง ตั้งแต่ภาพตัวเองตื่นนอนลุกจากเตียง ไปจนถึงการขึ้นรับเหรียญทองในพิธีประกาศรางวัล การนึกภาพให้ชัดหรือการจินตนาการอย่างแจ่มแจ้งถึงทุกการกระทำหรือผลลัพธ์ในแง่บวกให้ละเอียดยิบนั้น เป็นการเตรียมจิตใจให้พร้อมที่สุดสำหรับประสบการณ์จริงที่จะเกิดขึ้น ทำให้มีปฏิกิริยาตอบสนองดีขึ้น มีความมั่นใจและความอดทนมากขึ้นเมื่อได้ลงมือทำตามที่นึกภาพไว้อยู่จริงๆ

แต่ต้องไม่จินตนาการว่าเส้นทางจะโรยด้วยกลีบกุหลาบ ให้นึกภาพสถานการณ์ที่คุณหวั่นวิตกเอาไว้ด้วย เผื่อว่าต้องเผชิญกับอุปสรรค คุณก็จะได้มีแผนแก้ทางเอาไว้แล้ว แนวปฏิบัตินี้สามารถนำมาใช้ได้เช่นกันกับช่วงเวลาที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณ (เช่น สัมภาษณ์งานในฝันให้ผ่านฉลุย หรือลงแข่งไตรกีฬาครั้งแรกแม้ว่าคุณว่ายน้ำไม่แข็ง) หรือกับสิ่งที่ทำในแต่ละวัน เช่น การออกกำลังกาย

6 นิสัยในการมีวิธีคิดแบบนักกีฬา

3. ค้นหาจุดประสงค์ของตัวเอง

คุณมีบ่อเกิดแรงจูงใจมากมายราวกับว่าไม่มีจุดสิ้นสุดอยู่แม้จะไม่รู้ตัวก็ตาม ซึ่งนำมาใช้ประโยชน์ได้ตลอดเวลาตราบใดที่คุณหา "เหตุผล" ของตัวเองเจอ เหตุผลที่ว่านี้คือจุดประสงค์หลักที่จุดประกายไฟให้กับคุณทุกครั้งที่ออกไปพิชิตความท้าทาย สิ่งที่เป็น "เหตุผล" ของนักกีฬาชั้นนำคือเรื่องส่วนตัวและมักมีอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย อย่าง LeBron กับ Serena ทั้งคู่บอกว่าจุดประสงค์ของตนคือการสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กๆ สีผิวและพื้นเพเดียวกันกับตัวเองให้ก้าวไปสู่ความยิ่งใหญ่ ส่วนคุณเองก็เริ่มค้นหาจุดประสงค์ส่วนตัวให้เจอได้ทุกเมื่อโดยตอบให้ได้ว่าสิ่งใดที่ทำให้คุณรู้สึกอิ่มเอมหรือภาคภูมิใจ

แต่หากยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มอย่างไรดี ให้ลองมองไปที่สุดยอดนักเทนนิสและผู้เล่น NBA สองคนนี้ดู ทั้งคู่ลงมือทำเพื่อคนรุ่นถัดไป นำสิ่งนี้มาเป็นแรงบันดาลใจและให้การทำเพื่อคนที่รักมาเป็นจุดประสงค์ของคุณ การให้ความสำคัญกับความต้องการของผู้อื่นจะทำให้คุณมีแรงจูงใจและมีความรับผิดชอบ อีกทั้งยังอาจสร้างแรงบันดาลใจให้คุณทุ่มเทยิ่งขึ้นกว่าที่ทำอยู่ และเพิ่มแรงผลักดันไปสู่ความก้าวหน้าก็เป็นได้

4. มีความทรหด

ความทรหด คือจิตใจอันแรงกล้าที่ผสานรวมกับความเพียร เป็นสิ่งที่ช่วยให้คนเราบรรลุเป้าหมายระยะยาวของตัวเองได้ ความแกร่งนี้คือสิ่งที่โค้ชทุกคนมองหาในตัวนักกีฬา วิธีที่ง่ายที่สุดในการประเมินระดับความทรหดที่คุณมีก็คือให้พิจารณาว่าตัวเองทำตามแผนที่วางไว้ได้ดีแค่ไหน ลองถามตัวเองดูว่าสิ่งที่ต้องทำที่ได้เริ่มเอาไว้นั้นทำเสร็จไหม จำได้ไหมว่าสิ่งที่ต้องทำที่ว่านั้นคืออะไร หากไม่แน่ใจว่าจะตอบคำถามเหล่านั้นอย่างไร ให้ตั้งเป้าหมายเล็กๆ ที่ทำสำเร็จได้ในเวลาเพียงไม่กี่วัน (เช่น ไม่กินเนื้อสัตว์ 3 วันต่อสัปดาห์แทนการกินแบบวีแกนเต็มตัว)

หากทำได้สำเร็จ ก็ให้ลองทำซ้ำอีกเรื่อยๆ อาจเพิ่มขึ้นมาอีกสัปดาห์ละวัน ค่อยๆ เพิ่มจำนวนวันขึ้นเป็นสัปดาห์ เป็นเดือน สุดท้ายก็อาจทำได้เป็นปีๆ การบรรลุเป้าหมายเล็กๆ จนสำเร็จได้เป็นประจำจะช่วยเพิ่มระดับความทรหดได้ ซึ่งจะไปช่วยทำให้การบรรลุเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้นนั้นเข้าใกล้ความจริงยิ่งขึ้น

5. จดจ่ออยู่กับกระบวนการ

นักกีฬาชั้นนำมักจดจ่ออยู่กับกิจวัตรประจำวันจนเกือบถึงขั้นหมกมุ่นก็ว่าได้ ที่ทำเช่นนี้ก็เพื่อให้สิ่งที่ตนต้องทำนั้นเป็นไปตามที่ตั้งไว้และให้มองเห็นเป้าหมายของตนได้ชัดเจน ส่วนในชีวิตประจำวันของเรานั้น การสร้าง "กระบวนการ" ที่มีประสิทธิภาพอาจทำได้ง่ายไม่ต่างกับการทำแพลนเนอร์อย่างเข้มงวด ลองพิจารณากิจวัตรของคุณดูและถามตัวเองว่า กิจวัตรไหนที่ต้องทำเป็นประจำสม่ำเสมอ เพื่อที่คุณจะได้ให้รางวัลกับการทำสิ่งเหล่านั้นได้ กิจวัตรไหนที่ต้องทำซ้ำเหมือนเดิมเป๊ะๆ เพื่อที่คุณจะเรียนรู้ได้โดยอัตโนมัติ กิจวัตรของคุณมีแผนการปฏิบัติตั้งแต่ระยะสั้นต่อยอดไปถึงเป้าหมายระยะยาวไหม เน้นที่การโฟกัสใช่ไหม ให้ความสำคัญสูงสุดกับ "เหตุผล" ส่วนตัวเสมอหรือเปล่า และสุดท้าย คุณดำเนินกิจวัตรด้วยความเห็นอกเห็นใจไหม ไม่โทษตัวเองเมื่อผิดพลาดใช่ไหม

คำถามข้อสุดท้ายนี้จะช่วยให้คุณคุมความมั่นใจของตัวเอง และแน่ใจได้ว่าตัวเองจะทำตามกระบวนการไปได้อย่างตลอดรอดฝั่ง

6. ยอมรับ

ถ้าจะพูดให้ง่ายที่สุด คำว่า "การยอมรับ" ในที่นี้คือการรับผิดชอบอย่างเต็มที่ในความก้าวหน้าของตัวเองโดยปราศจากข้ออ้างหรือการกล่าวโทษ เป็นหนึ่งในบทเรียนบทใหญ่ซึ่งเปลี่ยนผู้ที่มีพรสวรรค์อันยอดเยี่ยมให้กลายเป็นนักกีฬาผู้ยิ่งใหญ่ได้เพราะบุคคลเหล่านี้รับรู้ว่าศักยภาพของตนอยู่ในกำมือของตัวเอง และเช่นเดียวกับเรื่องของกระบวนการในข้อที่แล้ว สิ่งนี้ก็แยกย่อยออกมาได้ไม่ยากเพื่อช่วยให้แน่ใจว่าคุณเองก็จัดการในเรื่องนี้ได้ ลองถามตัวเองดูว่า กำลังเสริมสร้างความรับผิดชอบอยู่หรือไม่ โดยเป็นคนจัดการกับสถานการณ์ในยามที่จำเป็น กำลังทำสิ่งนี้ด้วยความรับผิดชอบไหม หรือก็คือเต็มใจที่จะยอมรับผลที่ตามมาทั้งหมดไม่ว่าดีหรือร้าย กำลังสร้างความน่าไว้วางใจขึ้นบ้างหรือไม่ ด้วยการรับผิดชอบต่อหน้าที่ทั้งในและนอกเวลา ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่นทุ่มเทไหม โดยทำให้มากกว่าแค่ที่ได้รับความคาดหวังมา

หากเกิดการยอมรับอย่างแท้จริง ก็หมายความว่าคุณมีภาวะผู้นำเต็มตัว คุณพึ่งพาได้และทำในสิ่งที่เหนือกว่าที่คนอื่นคาดหวังในตัวคุณ นี่คือเหตุผลว่าทำไมการฝึกเรื่องการยอมรับให้เชี่ยวชาญถึงไม่ได้มีประโยชน์ต่อเฉพาะตัวคุณเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์ต่อคนอื่นด้วย ทั้งเพื่อนร่วมทีม ครอบครัว และเพื่อนๆ ที่รู้ว่าพวกเขาไว้วางใจคุณได้ทั้งในยามคับขันและในยามอื่นๆ


ถ้าสงสัยว่ากระบวนการนี้จะได้ผลไหม พึงระลึกไว้ว่าแม้แต่ Serena กับ LeBron ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จในชั่วข้ามคืน ขอให้คุณทุ่มเทต่อไปแล้วความก้าวหน้าก็จะตามมาเอง

เรียบเรียงโดย Daniel Menasche
ภาพประกอบโดย Ryan Johnson

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

Nike Trainer อย่าง Joe Holder ผสานแนวคิดของนักกีฬาเข้ากับปรัชญาการเทรนนิ่งและการใช้ชีวิต อ่านเรื่องราวความก้าวหน้าส่วนตัวของเขา จากนั้นก็ช่วยให้ร่างกายของคุณตามทันความคิดด้วยการออกกำลังกายที่ให้ผลลัพธ์อย่างคุ้มค่าในแอพ Nike Training Club

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

Nike Trainer อย่าง Joe Holder ผสานแนวคิดของนักกีฬาเข้ากับปรัชญาการเทรนนิ่งและการใช้ชีวิต อ่านเรื่องราวความก้าวหน้าส่วนตัวของเขา จากนั้นก็เรียกเหงื่อไปกับเขาในแอพ Nike Training Club

เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง

วิธีรับมือกับอาการปวดและเจ็บระหว่างตั้งครรภ์ด้วยการเคลื่อนไหว โดยผู้เชี่ยวชาญ

นี่ล่ะ Nike (M)

วิธีรับมือเมื่ออาการปวดเมื่อยขณะตั้งครรภ์ทำให้คุณช้าลง

การพูดกับตัวเองในแบบที่ดีที่สุดเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ

การโค้ช

คุยกับตัวเองอย่างถูกจุด

วิธีค้นหาแรงจูงใจในการออกกำลังกายหลังคลอด

นี่ล่ะ Nike (M)

ข้ามผ่านกำแพงในจิตใจที่พบได้บ่อยในการเทรนนิ่งหลังคลอด

การฟื้นกำลังส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันอย่างไร

การโค้ช

การฟื้นกำลังส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันอย่างไร

น้ำตาลส่งผลต่อร่างกายอย่างไร

การโค้ช

น้ำตาลมีหลากหลายแบบ สรุปแล้วแตกต่างหรือเหมือนกันตรงไหน