ถามโค้ช: “ผมจะรับมืออย่างไรหากผมไม่ได้รับการยอมรับในทีม”

การโค้ช

เขาเป็นผู้เล่นคนเอเชียเพียงคนเดียว และเพื่อนร่วมทีมก็ไม่ได้แสดงท่าทีเปิดกว้างเท่าไหร่ โค้ช Courtney Banghart จึงอยากจะให้ความช่วยเหลือ

อัพเดทล่าสุด: 29 กรกฎาคม 2564
วิธีรับมือกับการถูกกีดกัน โดยโค้ช Courtney Banghart

ถามโค้ช คือคอลัมน์ให้คำแนะนำสำหรับการรักษาความมุ่งมั่นในกีฬาของคุณ

ถาม:


สวัสดีครับโค้ช

ผมอยู่ในทีมเบสบอล แต่ผมรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมเลย ตลกไหม ผมเป็นผู้เล่นชาวเอเชียเพียงคนเดียวในทีม และดูเหมือนว่าเด็กผิวขาวจะชอบเมินผมยกเว้นแค่ตอนที่ต้องวิ่งเบสทำแต้ม ผมนั่งคนเดียวบนรถบัสระหว่างทางไปแข่ง เพื่อนคนอื่นคุยเรื่องตลกที่เข้าใจกันเองและมีกลุ่มแชทเอาไว้คุยกันแค่ในกลุ่มด้วย ทุกคนไปเที่ยวกันในช่วงสุดสัปดาห์โดยไม่มีผม ผมรู้เพราะว่าพวกเขาพูดเรื่องนี้ระหว่างซ้อม บางทีก็ชอบเล่นมุกที่ไม่แคร์ความรู้สึกคนอื่น จริงๆ ก็ไม่ใช่มุกเกี่ยวกับผมโดยตรงหรอก แต่ก็ยังอดคิดมากไม่ได้ ความคิดมากกัดกินความมั่นใจและฟอร์มการเล่น ผมอยากเป็นส่วนหนึ่งของทีม (และคว้าแชมป์ไปด้วยกัน เพราะผมคิดว่าเราทำได้) แต่ผมจะหาที่ของผมเจอได้อย่างไรในเมื่อรู้สึกว่าไม่มีใครต้อนรับผมเลย

Only Unwelcome Teammate (เพื่อนร่วมทีมเพียงคนเดียวที่ไม่ได้รับการยอมรับ)
นักเบสบอลวัย 17 ปี

ตอบ:


บอกตามตรงว่าฉันมีเรื่องที่อยากจะพูดเยอะไปหมดนะ OUT

แต่ยังไงเรื่องแรกที่ไม่พูดไม่ได้คือเรื่องมุกตลกที่ค่อนข้างเซนซิทีฟเนอะ เพราะเรื่องแบบนี้ไม่มีทางโอเคอยู่แล้ว และที่ไม่โอเคก็เพราะปัญหาทางจริยธรรมหลายข้อเลย แต่ไหนๆ ฉันก็เป็นโค้ชและเธอก็เป็นนักกีฬาที่มาขอความช่วยเหลือ เลยอยากจะอธิบายให้ฟังว่าทำไมเรื่องนี้ถึงไม่โอเคสำหรับทีมของเธอ

ทีมที่ดีสุดคือทีมที่ผู้เล่นเชื่อมถึงกัน ทีมเหล่านี้จะสร้างวัฒนธรรมที่ทุกคนใส่ใจต่อส่วนรวม และส่วนรวมใส่ใจต่อผู้เล่นแต่ละคน การล้อเลียนหรือเหน็บแนมเกี่ยวกับเชื้อชาติ อัตลักษณ์ทางเพศ รสนิยมทางเพศ หรือภูมิหลังทางเศรษฐกิจและสังคมคือการลดทอนคุณค่าของวัฒนธรรมนี้ แม้ว่าคนที่ถูกพูดถึงจะไม่ได้อยู่ในห้องด้วยก็ตาม

เรื่องนี้เกิดขึ้นกับนักกีฬาทุกระดับและในกีฬาทุกประเภท ฉันเป็นโค้ชให้กับทีมบาสเก็ตบอล NCAA และฉันบอกได้เลยว่าหากมีบางคนในห้องล็อกเกอร์รู้สึกถูกด้อยค่าหรือดูหมิ่น ทีมจะมีความกลมเกลียวน้อยลงและรอยร้าวจะแสดงให้เห็นเมื่อลงเล่น ในไม่ช้า คู่แข่งจะเริ่มเห็นรอยร้าวนั้นและใช้ประโยชน์จากมัน

วิธีรับมือกับการถูกกีดกัน โดยโค้ช Courtney Banghart

ในทางตรงกันข้าม หากเราเข้าใจถึงคุณค่าของความสัมพันธ์ เราจะเข้าใจว่าการเป็นส่วนหนึ่งของทีมคือหน้าที่อันศักดิ์สิทธิ์ และห้องล็อกเกอร์คือสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ ไม่ว่าข้างนอกนั่นจะเกิดอะไรขึ้น เมื่อเราอยู่ในห้องล็อกเกอร์กับเพื่อนร่วมทีม เราสามารถซื่อสัตย์และเปิดอกให้กันได้ ความไว้เนื้อเชื่อใจนี้ทำให้คนร้อยพ่อพันแม่สามารถทำงานร่วมกันเป็นทีมได้ นี่คือสิ่งที่ทรงพลังจริงๆ และเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของกีฬาที่เล่นเป็นทีม ฉันเสียใจที่ทีมของเธอยังไม่เข้าใจจุดนี้ แต่ฉันอยากบอกว่ายังพอเป็นไปได้ ฉันรู้เพราะฉันเคยผ่านมาแล้ว

เอาล่ะ ฉันเป็นคนขาวทั้งหน้าตาและเชื้อสาย และไม่ใช่แค่เป็นคนขาว แต่ยังมาจาก New Hampshire ด้วย และเพื่อนร่วมทีมเกือบทุกคนก็เป็นคนผิวดำ ฉันทำเป็นเข้าใจไม่ได้หรอกว่าการเป็นคนผิวดำหรือคนเอเชียในสังคมของเราจะรู้สึกอย่างไร

แต่สำหรับฉันแล้ว นั่นคือหนึ่งในเหตุผลหลักๆ ที่ทำให้เรื่องการเปิดกว้างเป็นเรื่องที่ฉันให้ความสำคัญมากที่สุดเสมอมา ตั้งแต่ที่ได้เป็นโค้ชให้กลุ่มผู้หญิงที่ต้องอยู่ภายใต้ความอยุติธรรมทางเชื้อชาติ เป็นหน้าที่ของฉันที่ต้องพยายามพูดคุยในบทสนทนาที่บางครั้งก็ไม่ใช่เรื่องที่สบายใจนัก ฉันจะคุยกับทีมด้วยบทสนทนาพวกนี้ในช่วงเริ่มต้นของแต่ละฤดูกาล และจะชี้ให้เห็นว่ามีปัญหาใครถูกกีดกันอะไรเกิดขึ้นบางตลอดฤดูกาลโดยไม่มีข้อยกเว้น

จะเล่าให้ฟังสักหนึ่งตัวอย่างนะ ฉันเป็นโค้ชที่ Princeton ในตอนที่ Colin Kaepernick นั่งคุกเข่าระหว่างเพลงชาติก่อนที่ NFL จะเริ่มเกม เมื่อถึงเวลาตัดสินใจของทีมว่าเราจะแสดงออกอย่างไร ฉันรู้ว่าสิ่งที่สำคัญในตอนนั้นคือการมองเห็นและรับฟังทุกๆ คนอย่างทั่วถึง

ทีมที่ดีสุดคือทีมที่ผู้เล่นเชื่อมถึงกัน ทีมเหล่านี้จะสร้างวัฒนธรรมที่ทุกคนใส่ใจต่อส่วนรวม และส่วนรวมใส่ใจต่อผู้เล่นแต่ละคน

“เมื่อคุณเป็นส่วนหนึ่งของทีม” ฉันบอกกับทีม “คุณต้องทำสองสิ่ง ต้องคิดก่อนพูด ต้องฟังแล้วคิดตาม” เราล้อมวงแลกเปลี่ยนว่าใครคิดอะไรและรู้สึกอย่างไร ให้ทุกคนเล่าเรื่องของตัวเองออกมา เช่น “ฉันรู้สึกอย่างนี้” หรือ “ฉันผ่านสิ่งนั้นมา” และไม่มีใครแค่ฟังเฉยๆ ทุกคนได้แลกเปลี่ยนเรื่องราวของตัวเองให้กันทีละคนๆ

ในเกมถัดไป คนเกือบครึ่งทีมก็คุกเข่าลง และสิ่งสำคัญคือ เราทุกคนรู้สึกเชื่อมถึงกันแม้จะมีมุมมองที่แตกต่าง เราทุกคนคือส่วนหนึ่งของการพูดคุยเปิดอกในครั้งนั้น เราเผยด้านเปราะบางให้กันและกันเห็น เรารู้ว่าทำไมแต่ละคนถึงมีความคิดแบบนั้นแบบนี้ และจะไม่ปล่อยให้ความแตกต่างมาแบ่งแยกเรา การสนทนาในเรื่องที่พูดลำบากสามารถทำให้ทีมกลมเกลียวกันมากขึ้น มากกว่าจะทำให้ทีมแตกแยก ฉันเจอเรื่องแบบนี้มาเยอะมาก แล้วก็หวังว่าจะมีโอกาสได้เล่าให้ฟังอีก แต่ก็อย่างที่บอกไป ห้องล็อกเกอร์ = สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์

กลับไปที่สถานการณ์ของเธอ เห็นได้ชัดเลยว่าเราต้องหาโอกาสให้ทีมได้พูดคุยเปิดอกกัน แต่ฉันจะไม่บอกให้เธอเป็นคนพาเริ่มหรอกนะ การขอให้เด็กอายุ 17 ปีรับหน้าที่นี้ไม่ค่อยแฟร์เท่าไหร่ ยิ่งขอให้คนที่ถูกกีดกัดในประเด็นเชื้อชาติมาเป็นคนแก้ปัญหายิ่งไม่แฟร์เข้าไปใหญ่

ฉันอยากให้เธอดึงโค้ชมาช่วยแก้ปัญหา โค้ชมีหน้าที่สนับสนุนเธออยู่แล้ว โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่เธอกำลังเผชิญอยู่ เธอต้องใช้ความกล้าในก้าวแรกเพื่อบอกให้โค้ชรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นและเธอรู้สึกอย่างไร แต่หลังจากนั้น ถ้าโค้ชคนนั้นทำหน้าที่สมเป็นโค้ช เธอจะเห็นการลงมือแก้ปัญหาทันที เพราะถ้าเป็นฉันแล้วรู้ว่ามีใครในทีมถูกกีดกันโดยผู้เล่นคนอื่น ฉันจะพยายามแก้ปัญหาเดี๋ยวนั้นเลย

แน่นอนว่า มีโอกาสที่โค้ชของเธอจะไม่ทำอะไรในกรณีนี้ ถ้าเป็นแบบนั้นอย่างน้อยฉันก็จะบอกเธอว่า ยังมีอีกหลายทีมที่เคารพความแตกต่างของกันและกัน ยังมีอีกหลายทีมที่สมาชิกรักและเชื่อใจกัน และฉันเชื่อว่าไม่ช้าก็เร็ว เธอจะได้เป็นส่วนหนึ่งในทีมแบบนั้น เพราะเธอสมควรได้รับโอกาสนี้

โค้ช Banghart

Courtney Banghart คือหัวหน้าโค้ชบาสเก็ตบอลหญิงแห่งมหาวิทยาลัย University of North Carolina ก่อนหน้านี้ที่เธอได้เป็นหัวหน้าโค้ชให้มหาวิทยาลัย Princeton นั้น Banghart ได้รับรางวัลโค้ชแห่งปี 2015 ของ Naismith National Coach of the Year และในปี 2017 ยังได้เข้ารับตำแหน่งโค้ชผู้ช่วยบาสเก็ตบอลหญิงทีมชาติสหรัฐฯ อายุไม่เกิน 23 ปีหรือ 2017 USA Basketball Women's U23 National Team นอกจากนี้ เธอยังเป็นผู้เล่นชั้นแนวหน้าจากมหาวิทยาลัย Dartmouth ผู้สร้างสถิติชู้ต 3 แต้มได้มากที่สุดใน Ivy League โดยที่ยังไม่มีใครล้มเธอได้ ปัจจุบัน Banghart มีตำแหน่งในบอร์ดผู้บริหารของ Women’s Basketball Coaches Association และเป็นสมาชิกของคณะกรรมการ Women’s Basketball Oversight Committee แห่ง NCAA

ส่งอีเมลคำถามเกี่ยวกับวิธีปรับเปลี่ยนทัศนคติต่อกีฬาและสุขภาพได้ที่ askthecoach@nike.com

ภาพถ่ายโดย Jayson Palacio

วิธีรับมือกับการถูกกีดกัน โดยโค้ช Courtney Banghart

รับประโยชน์ที่มากขึ้น

เข้าแอพ Nike Training Club แล้วดูคำแนะนำที่รับรองโดยผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติมได้เลยทั้งในด้านทัศนคติ รวมถึงการเคลื่อนไหว โภชนาการ การฟื้นฟู และการนอนหลับ

รับประโยชน์ที่มากขึ้น

เข้าแอพ Nike Training Club แล้วดูคำแนะนำที่รับรองโดยผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติมได้เลยทั้งในด้านทัศนคติ รวมถึงการเคลื่อนไหว โภชนาการ การฟื้นฟู และการนอนหลับ

เผยแพร่ครั้งแรก: 3 สิงหาคม 2564

เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง

วิธีรับมือกับโรคคิดว่าตัวเองไม่เก่ง โดยโค้ช Courtney Banghart

การโค้ช

ถามโค้ช: “จะทำอย่างไรให้เชื่อได้ว่าตัวเองก็มีดี”

วิธีเอาชนะความกังวลเรื่องประสิทธิภาพ โดยโค้ช Patrick Sang

การโค้ช

ถามโค้ช: “จะสงบจิตใจยามแพนิคก่อนออกจากเส้นสตาร์ทได้อย่างไร”

วิธีจัดกิจวัตรการออกกำลังกายของคุณใหม่อีกครั้ง

การโค้ช

จัดใหม่ให้ถูกทาง

ประเภทของการพูดกับตนเองที่ดีที่สุดเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ

การโค้ช

วิธีงัดแรงฮึดเพื่อขึ้นไปให้ถึงศักยภาพสูงสุด

การเลือกความเชี่ยวชาญในด้านกีฬา โดยโค้ช Gjert Ingebrigtsen

การโค้ช

ถามโค้ช: “เราต้องเลือกเล่นกีฬาแค่ชนิดเดียวหรือเปล่า”