ถามโค้ช: “ทำไมวิ่งแล้วเจ็บตัวอยู่เรื่อย”

    การโค้ช

    เมื่อนักวิ่งชั้นม.ปลายบาดเจ็บบ่อยจนเกินจะรับไหว โค้ช Gjert Ingebrigtsen จากนอร์เวย์จึงขอเป็นคนนำทางเธอสู่การฟื้นฟูร่างกายบนเส้นทางอันคดเคี้ยวเลี้ยวลดนี้

    อัพเดทล่าสุด: 27 กันยายน 2564
    ใช้เวลาอ่าน 6 นาที
    วิธีฟื้นตัวจากการบาดเจ็บ โดยโค้ช Gjert Ingebrigtsen

    ถามโค้ช คือคอลัมน์ให้คำแนะนำสำหรับการรักษาความมุ่งมั่นในกีฬาของคุณ

    ถาม:

    สวัสดีค่ะโค้ช

    คือตอนแรกหนูคิดว่าน่าจะไหวแล้วหลังจากอาการที่เท้ากับหัวเข่าหายดีเมื่อช่วงเริ่มต้นของฤดูกาล แต่กล้ามเนื้อแฮมสตริงดันมาฉีกขาดอีก นี่มันครั้งที่สองแล้วนะที่หนูบาดเจ็บในรอบสองปี แล้วก็เป็นครั้งที่สองด้วยที่ลงแข่งงานวิ่งของฤดูกาลไม่ครบ ชีวิตหนูพอบาดเจ็บแล้วพักฟื้นจนหายดี ก็จะบาดเจ็บอีกรอบ วนเวียนแบบนี้มานานมากๆ จนตอนนี้ชักสงสัยแล้วว่าการวิ่งระดับแข่งขันมันใช่ทางของหนูหรือเปล่า ปกติก็ไม่ใช่คนที่ชินกับการบาดเจ็บได้อยู่แล้ว พอมาตอนนี้คือเครียดแบบไม่ไหวจริงๆ ค่ะ กลัวว่าจะบาดเจ็บเรื่อยๆ แบบไม่จบไม่สิ้น โค้ชอุตส่าห์ชมว่าหนูเป็นคนมีศักยภาพ แต่หนูกลัวว่าอาจจะไม่มีวันได้ใช้ศักยภาพนั้นไปให้ถึงฝั่งฝัน หนูควรทำยังไงดีคะให้ตัวเองยังมีแรงสู้และมองโลกในแง่ดีได้ถ้าต้องเจอปัญหาพวกนี้

    Often Unfit, Currently Hurt (ไม่รอดก่อนได้แข่งสักที ตอนนี้ก็ยังบาดเจ็บ)

    นักวิ่งอายุ 16 ปี

    ตอบ:

    ขอย้ำให้ชัดก่อนนะคุณ OUCH มีเรื่องหนึ่งที่ไม่ต้องกังวลเลยคือคราวหน้าจะบาดเจ็บอีกหรือเปล่า เพราะยังไงมันก็ต้องเกิดขึ้นอีก พวกการบาดเจ็บชั่วครั้งชั่วคราวเป็นของแถมที่รวมมาให้ในแพคเกจอยู่แล้วไม่ว่าเราจะเล่นกีฬาอะไรใต้แสงอาทิตย์

    แต่สมมติว่าการบาดเจ็บพวกนั้นเกิดขึ้นติดๆ กันเหมือนในสถานการณ์ที่คุณเจอ ตอนนี้อาจถึงเวลาแล้วที่เราต้องมาหาสาเหตุและแก้ปัญหาให้ตรงจุด ซึ่งถ้าเป็นคำอธิบายทั่วไป เวลาเราบาดเจ็บเป็นครั้งที่สอง นั่นแสดงว่าการบาดเจ็บครั้งแรกอาจจะยังไม่หายดี

    ตอนนี้เป้าหมายเดียวและเป้าหมายนี้เท่านั้นที่คุณต้องทำให้เสร็จก่อนคือ ฟื้นร่างกายจนหายดี 100% และก่อนจะถึงตอนนั้น เป้าหมายอื่นๆ ทั้งหมดต้องพับเก็บและเลิกใส่ใจมัน ไม่ต้องสน PR ใหม่ ไม่ต้องไปลู่วิ่ง เพื่อนนัดเล่นบาสก็ไม่ต้องไป เรื่องแบบนี้ไม่มีทางลัดหรือสูตรโกงหรอก ถ้าอยากไปให้ถึงจุดที่ต้องการ คุณต้องเปลี่ยนวิธีคิดที่มีต่อการบาดเจ็บให้ได้

    ผมก็โค้ชให้ลูกชาย 3 คนนะ ในการวิ่งระยะกลาง-ไกล มีคนนึงชื่อ Jakob ได้รับบาดเจ็บค่อนข้างหนักเมื่อเดือนธันวาคมปี 2019 อาการที่เจอคือกระดูกหักล้าบริเวณหลังส่วนล่าง ซึ่งตามกำหนดการต้องใช้เวลาพักฟื้น 4 เดือน แต่ทันทีที่ข่าวร้ายนี้ถึงหูเรา Jakob ก็บอกผมว่า “นี่แหละบททดสอบว่าผมแกร่งพอหรือเปล่า”

    เขาไม่ได้มองการบาดเจ็บเป็นปัญหา แต่มองเป็นเรื่องท้าทายซึ่งสุดท้ายแล้วจะทำให้ตัวเองแข็งแรงขึ้น ความตั้งใจและความอยากเอาชนะของเขาถูกย้ายจากการแข่งบนสนามมาเป็นการฟื้นฟูร่างกาย

    ผมกับ Jakob เริ่มการฟื้นฟูร่างกายของเขาด้วยเซสชันฝึกความคล่องตัวและบริหารแกนกลางลำตัวให้แข็งแรง ซึ่งเริ่มตอน 6 โมงเช้าของวันถัดมาหลังเกิดเหตุ ไม่มีการนั่งเอื่อยเฉื่อยดูทีวี หรือเศร้าใจกับความโชคร้ายของตัวเอง เพราะยิ่งเราปล่อยตัวเองจมกองทุกข์นานเท่าไหร่ เราจะยิ่งกลับมาได้ยากขึ้นเท่านั้น ปกติครอบครัวเราจะซ้อมกันวันละ 2 รอบ แต่ช่วงฟื้นร่างกายแบบนี้จะเพิ่มเป็น 3 รอบต่อวัน ถ้าเรามองการฟื้นฟูร่างกายให้เป็นหน้าที่เหมือนงานประจำ เราจะเกิดความรู้สึกที่จริงจังว่าอยากทำงานนี้ให้สำเร็จ

    ตลอด 4 เดือน Jakob ไม่เคยพลาดเซสชันกายภาพบำบัดเลยแม้แต่ครั้งเดียว

    วิธีฟื้นตัวจากการบาดเจ็บ โดยโค้ช Gjert Ingebrigtsen

    และระหว่างที่กำลังทำงานนี้ให้สำเร็จ สิ่งหนึ่งที่สำคัญมากๆ คือการสนใจแค่เป้าหมายที่อยู่ในมือ นั่นคือ รักษาตัวจนกว่าจะหาย และไม่หันไปมองเรื่องอื่นที่เป็นเป้าหมายระยะยาว

    ผมรู้ว่ามันไม่ง่ายสำหรับคนเป็นนักกีฬา เพราะฉะนั้นลองมองอีกมุมดูนะ ในประเทศนอร์เวย์บ้านเกิดผม มีถนนหลายเส้นที่ทั้งแคบและคดเคี้ยว ไปซ้ายบ้างขวาบ้าง ขึ้นบ้างลงบ้าง บางทีข้างทางก็เป็นแม่น้ำ บางทีก็อยู่รอบเนินเขา แต่เพราะมี “เส้นทางชมวิว” พวกนี้แหละ ที่ทำให้เส้นทางยาวๆ รู้สึกเหมือนใช้เวลาเดินทางแค่แปบเดียว ถ้าเป็นเมื่อช่วงที่ผ่านมา ผมเพิ่งขับรถข้ามรัฐเนวาดาเพื่อจะไปถึงลาสเวกัสที่เป็นจุดหมาย ทริปนั้นนะ ทั้งเลนกว้าง ทั้งมีแต่ทางตรง เป็นทางด่วนที่ยืดยาวไปจนสุดสายตา เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในทริปที่ยาวนานที่สุดเท่าที่เคยสัมผัสมาเลย

    มายด์เซ็ตของการฟื้นฟูร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพก็ใช้วิธีคิดคล้ายๆ กัน คือแทนที่จะมุ่งเป้าไปยังตัวเมืองที่อยู่ไกลๆ ซึ่งในกรณีนี้หมายถึงการแข่งขัน ให้เปลี่ยนมาสนใจและใส่ใจกับทิวทัศน์ใกล้ตัวแทน ซึ่งในกรณีนี้หมายถึงเป้าหมายและความสำเร็จรายวัน โดยอาจจะเป็นเป้าหมายง่ายๆ ก็ได้ เช่น ขยับตัวได้อย่างเป็นธรรมชาติและไม่รู้สึกเจ็บ เพราะมีแค่วิธีนี้เท่านั้นที่จะทำให้คุณอดทนพอจนสามารถฟื้นร่างกายได้เต็มร้อยและพร้อมจะลงสนามแข่งอีกครั้ง

    เรื่องแบบนี้ไม่มีทางลัดหรือสูตรโกงหรอก ถ้าอยากไปให้ถึงจุดที่ต้องการ คุณต้องเปลี่ยนวิธีคิดที่มีต่อการบาดเจ็บให้ได้

    ผมยืนยันว่ามันได้ผลกับ Jakob ลูกชายผมจริง เขาฟื้นร่างกายเสร็จเดือนเมษาฯ แล้วออกไปเก็บสถิติใหม่ของ European Record ระยะ 2K ได้ในเดือนมิถุนาฯ ไม่กี่เดือนต่อมาก็ได้สถิติจาก European Record ระยะ 1,500 เมตรอีก เขาไม่ได้แค่หวนคืนวงการ แต่ยังหวนคืนอย่างแข็งแกร่งขึ้นด้วย และผมก็ไม่ได้หมายถึงแค่ร่างกายแข็งแรง เพราะความมั่นใจก็เพิ่มขึ้น ถึงจะบาดเจ็บอีกในอนาคตเขาก็ยังรับมือได้ตราบใดที่ยังยึดมั่นในวิธีคิดนี้

    ผมเชื่อในวิธีคิดนี้นะ ผมเห็นมันได้ผลครั้งแล้วครั้งเล่า เป็นวิธีง่ายๆ และมีประสิทธิภาพ คือเราแค่ต้องเปลี่ยนกรอบความคิด มองการบาดเจ็บเป็นเสมือนโอกาสในการพัฒนา แบ่งการฟื้นฟูร่างกายออกเป็นขั้นๆ แล้วสนใจแค่ทีละขั้น มองเฉพาะเป้าหมายและความสำเร็จที่ทำได้ในแต่ละวัน ไม่ต้องไปนึกถึงงานแข่งครั้งถัดไป ตอนนี้ตั้งใจทำให้ตัวเองหายดี 100% ก่อนแล้วค่อยไปต่อ

    อย่างที่บอกไป ไม่ต้องห่วงหรอกว่าคุณจะไม่เจ็บเนื้อเจ็บตัวอีก เราหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บไม่ได้ การทดสอบที่แท้จริงว่าเรามีความสามารถและศักยภาพพอจะประสบความสำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับเรามีความมุ่งมั่นแค่ไหนในการพัฒนาตัวเอง


    โค้ช Ingebrigtsen

    Gjert Ingebrigtsen คือเทรนเนอร์และโค้ชกรีฑาชาวนอร์เวย์ที่เทรนให้กับลูกชายของเขาที่เป็นนักกีฬาระดับแนวหน้า Henrik, Filip และ Jakob ครอบครัวนี้ถือเป็นเจ้าแห่งการวิ่งระยะกลางในทวีปยุโรป เนื่องจากทั้ง 3 คนเคยคว้าเหรียญทองจากระยะ 1,500 เมตรในรายการ European Championships มาแล้ว และสำหรับ Jakob เขายังได้เหรียญทองโอลิมปิก 2020 จากระยะ 1,500 เมตร คว้าเหรียญทองงานแข่งระดับยุโรปสำหรับระยะ 5,000 เมตร และเป็นนักวิ่งอายุน้อยที่สุดที่วิ่งทำเวลาได้ต่ำกว่าเพซ 4 แม้ว่า Gjert จะไม่เคยมีพื้นฐานด้านการวิ่งมาก่อน แต่เขาก็ได้พัฒนาปรัชญาการโค้ชขึ้นเป็นของตัวเองโดยเชื่อว่าการฝึกซ้อมจะต้องเข้มงวดและมีการตรวจสอบความถูกต้องของผลลัพธ์อย่างต่อเนื่อง ชื่อของเขาได้รับการจารึกในฐานะโค้ชกีฬาชาวนอร์เวย์แห่งปี 2018

    ส่งอีเมลคำถามเกี่ยวกับวิธีปรับเปลี่ยนทัศนคติต่อกีฬาและสุขภาพได้ที่ askthecoach@nike.com

    ภาพถ่ายโดย Constantin Mirbach

    วิธีฟื้นตัวจากการบาดเจ็บ โดยโค้ช Gjert Ingebrigtsen

    รับประโยชน์ที่มากขึ้น

    เข้าแอพ Nike Training Club แล้วดูคำแนะนำที่รับรองโดยผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติมได้เลยทั้งในด้านทัศนคติ รวมถึงการเคลื่อนไหว โภชนาการ การฟื้นฟู และการนอนหลับ

    รับประโยชน์ที่มากขึ้น

    เข้าแอพ Nike Training Club แล้วดูคำแนะนำที่รับรองโดยผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติมได้เลยทั้งในด้านทัศนคติ รวมถึงการเคลื่อนไหว โภชนาการ การฟื้นฟู และการนอนหลับ

    เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง

    การเลือกความเชี่ยวชาญในด้านกีฬา โดยโค้ช Gjert Ingebrigtsen

    การโค้ช

    ถามโค้ช: “เราต้องเลือกเล่นกีฬาแค่ชนิดเดียวหรือเปล่า”

    วิธีรับมือกับคนที่ชอบกลั่นแกล้ง โดยโค้ช Gjert Ingebrigtsen

    การโค้ช

    ถามโค้ช: “ผมจะเล่นกับเพื่อนร่วมทีมที่ชอบหาเรื่องได้อย่างไร”

    วิธีรับมือกับการถูกคัดออกจากทีม โดยโค้ช Courtney Banghart

    การโค้ช

    ถามโค้ช: “ผมไม่ได้รับเลือกเข้าทีมมัธยมปลาย ผมควรทำยังไงต่อไปดี”

    วิธีรับมือกับโรคคิดว่าตัวเองไม่เก่ง โดยโค้ช Courtney Banghart

    การโค้ช

    ถามโค้ช: “จะทำอย่างไรให้เชื่อได้ว่าตัวเองก็มีดี”

    วิธีรับมือกับการถูกกีดกัน โดยโค้ช Courtney Banghart

    การโค้ช

    ถามโค้ช: “ผมจะรับมืออย่างไรหากผมไม่ได้รับการยอมรับในทีม”